CP + Makro: ดีลที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

ผมขอข้ามประเด็นจากเรื่องที่สัญญาว่าจะเขียนนะครับ เพราะว่าอันนี้ผมเห็นแล้วอดไม่ไหวจริง ๆ

หลายคนก็พอจะทราบข่าวที่ CPAll (SET: CPALL) บริษัทลูกของกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP เจ้าของกิจการร้านสะดวกซื้อชื่อดังอย่าง 7-Eleven ซื้อกิจการบริษัทสยามแม็คโคร (SET: MAKRO) เจ้าของห้างค้าส่งชื่อดังอย่างแม็คโครในประเทศไทย นับว่าเป็นดีลครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้

CP มีความสุขที่ดีลครั้งนี้สำเร็จ และจะทำให้ตลาดของ CP รุกหน้ากว่าเดิม พร้อมกับการกระตุ้นตลาดค้าส่งให้เข้าถึง AEC แต่สำหรับผมแล้วกลับมองว่าผู้บริโภคเสียเปรียบเสียมากกว่า ด้วยเหตุผลต่าง  ๆ ดังนี้

CP ไม่เคยเข้าใจโชห่วยและเจ้าของกิจการรายย่อย

“มิตรแท้โชห่วย” เป็นสโลแกนของแม็คโครที่สื่อถึงความเป็นแม็คโครอย่างชัดเจน เพราะสินค้าในแม็คโครมีราคาที่ถูกกว่าห้างอื่นมาก ทำให้เจ้าของร้านโชห่วยสามารถเข้ามาซื้อของได้ในราคาถูกและมีกำไรจากการขายสินค้าพอสมควร และด้วยเหตุนี้จึงทำให้แม็คโครแข็งแกร่งมากในฐานะพ่อค้าคนกลางแห่งตลาดค้าส่ง

สินค้าในแม็คโครถือว่ามีความหลากหลายมาก มีแทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ (เพียงแต่อุปกรณ์ IT หาแบบระดับเดียวกับ Big C, Tesco Lotus ไม่ได้) และด้วยสโลแกนที่กล่าวมาเมื่อย่อหน้าที่แล้ว ดูเหมือนว่าแม็คโครต้องการเป็นเพื่อนกับร้านโชห่วยเพื่อต่อสู้กับร้านสะดวกซื้อที่นับวันจะเริ่มโกยรายได้จากร้านโชห่วยมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าแห่งตลาดร้านสะดวกซื้อก็คือ 7-Eleven ในเครือ CPAll นั่นเอง

ตรงนี้ผมเริ่มมีความกังวลกับแม็คโครว่าต่อไปอาจจะไม่มีความเป็นมิตรกับร้านโชห่วย เพราะที่ผ่านมา แม้ CPAll จะจัดอบรมกับเจ้าของกิจการโชห่วยในด้านการแนะนำการขาย แต่ทุกวันนี้ตลาดโชห่วยก็เริ่มแย่ลงทุกขณะเพราะว่า 7-Eleven ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทั่วประเทศ

สำหรับผมเอง ผมไม่ได้แอนตี้ 7-Eleven นะครับ เพราะทุกวันนี้ก็ยังคงต้องพึ่ง 7-Eleven อยู่เหมือนกัน เนื่องจากมันสะดวก แต่ถ้าหากร้านโชห่วยไม่ปรับปรุงสู่ความเป็นร้านสะดวกซื้อแบบ 7-Eleven แน่นอนว่าอาจจะอยู่ยากขึ้นจนอาจจะสูญพันธุ์เลยก็ได้

ส่วนเรื่องกิจการรายย่อยที่ CP ไม่เคยเข้าใจเลยนั้น เพราะว่าครอบครัวของผมเจอมากับตัวเลย ต้องบอกก่อนว่าครอบครัวของผมทำฟาร์มหมูเล็ก ๆ ไม่ใหญ่มาก แต่ CP ไม่เคยก้าวก่ายกิจการครอบครัวผมเลยแม้แต่น้อย

CP มักจะอาศัยช่วงจังหวะที่เกิดโรคภัยในด้านการเกษตรเพื่อชักจูงให้ไปทำธุรกิจเพื่อร่วมกับ CP โดยวิธีการอะไรนั้นผมไม่ทราบอย่างแน่ชัด แต่เท่าที่รู้คือ เวลาจะใช้อาหารก็ต้องใช้ที่เขาผลิตให้, ทำฟาร์มใหม่หมด, หมูต้องส่งให้ CP, ห้ามขายน้ำเชื้อหมูกับคนอื่นที่จะขอซื้อ เป็นต้น

ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ทำให้ผมคิดว่า การที่มีดีลครั้งนี้ ทำให้เจ้าของกิจการรายย่อยเสียประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม ยังโชคดีที่มีโครงการ “โชว์สวย” แต่ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าจะช่วยได้สักกี่น้ำนะครับ

หลายอย่างในแม็คโครกำลังจะกลายเป็น CP

จากหัวข้อที่แล้วที่ผมพูดถึงความหลากหลายที่มีในแม็คโคร ซึ่งแน่นอน หนึ่งในนั้นก็มีพวกของสด ในห้างแม็คโครนั้นมีของสดให้เลือกเยอะมาก ไม่เว้นแม้แต่ CP และเบทาโกร คู่แข่งโดยตรงของ CP แต่เมื่อ CPAll เป็นเจ้าของห้างแม็คโครไปแล้ว อนาคตที่ผมมองแล้วว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือสินค้าหลายอย่างจะเป็นของ CP แทนที่จะเป็นของจากหลายที่

เพราะเหตุใด? ดูตัวอย่างจาก 7-Eleven ครับ ของส่วนใหญ่ในแผนกของสดต่างก็จะเป็นของ CP มียี่ห้ออื่นน้อยมาก แน่นอนว่า เมื่อกิจการอยู่ในมือของ CP ทำให้ CP มีสิทธิ์ตัดสินใจเองทุกอย่าง

ต้องไม่ลืมว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มาจากเนื้อสัตว์แล้ว CP ยังมีข้าวตราฉัตร และสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์พอสมควร เช่น กลุ่ม True ทำให้ CP สามารถนำสินค้าเหล่านี้มาขายได้ง่ายกว่าเดิม แต่ก็อย่างว่านะครับ สินค้าในแม็คโครกำลังจะถูกกลืนกินด้วยสินค้าของ CP แทนนั้นเอง

เมื่อ CP กำลังจะมีครบทุกอย่าง และกำลังจะกลายเป็นบริษัทที่ผูกขาด

ณ เวลานี้ CP ถือว่าเป็นเจ้าของกิจการดัง ๆ หลายอย่าง เช่นกิจการอาหารและผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร, กิจการโทรคมนาคมอย่าง True จนถึงกิจการด้านอาคารและสถานที่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังใช้งานอยู่ก็อาจจะมีส่วนที่ผลิตโดย CP หรือมีสินค้าที่ CP เป็นเจ้าของ ดีลระหว่าง CP และแม็คโครยิ่งตอกย้ำถึงความต้องการจะผูกขาดตลาดในเมืองไทย แม้ว่ากรมการค้าภายในจะบอกว่าไม่ก็ตาม แต่ตลาด ณ ปัจจุบันเท่าที่เห็น CP อยู่ทั่วไปแล้ว จริงไหมครับ

“เพราะอยากดันสู่ AEC” เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

ผมเชื่อว่าหลายคนก็ต่างกังวลเกี่ยวกับเรื่องการเปิดประชาคมอาเซียนหรือ AEC ว่าเมืองไทยจะอยู่รอดหรือไม่ และเพราะความกังวลเหล่านี้ก็เป็นหนึ่งในข้ออ้างของ CPAll เพื่อซื้อกิจการสยามแม็คโคร

ส่วนตัวมองว่า แม็คโครเองก็ไม่ใช่บริษัทคนไทยนะครับ มีสำนักงานใหญ่ทั่วโลกอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ และเป็นบริษัทในเครือ Metro AG ของเยอรมนี (บริษัทเดียวกับที่ไปฟ้องไมโครซอฟท์ในฐานะละเมิดเครื่องหมายการค้า “Metro”  จนต้องเลิกใช้คำนั้นไป) และน่าจะมีศักยภาพพอที่จะผลักดันให้บริษัทสู่ความเป็น AEC ได้ไม่ยาก เหตุผลนี้จึงฟังไม่ขึ้นเลยแม้แต่น้อย

สรุป

จากเหตุผลดังกล่าวที่ว่ามานี้ ทำให้พอจะทราบว่า CP มีอำนาจและอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจมาก และถ้าหาก CP ใช้วิธีการซื้อกิจการไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นการผูกขาดในเมืองไทย และนั้นคือเหตุผลที่ว่า ทำไม ดีล CP + Makro จึงไม่ควรเกิดขึ้น

อ่านเพิ่มเติม: คมชัดลึกจัดถกดีลยักษ์…กลืนตลาด?

Advertisements

One response to “CP + Makro: ดีลที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น

  1. Pingback: จะอยู่ได้ไหมหากไม่มี 7-Eleven | Be1con.Blog·

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s